ทุกปีพอเข้าช่วงหน้าหนาวต่อหน้าร้อน ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ก็กลับมาเยือนคนไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝุ่นจิ๋วขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนนี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ ส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นอาการจาม คัดจมูก ภูมิแพ้กำเริบ ไปจนถึงปัญหาปอดและหัวใจ การมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้านจึงไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวยุคนี้
แต่ด้วยเครื่องฟอกอากาศในท้องตลาดที่มีให้เลือกมากมายหลายสิบยี่ห้อ หลายคนจึงสงสัยว่า เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนคุ้มค่า กรอง PM 2.5 ได้จริง? วันนี้เราจึงรวบรวม 20 เครื่องกรองอากาศยี่ห้อไหนดี ที่คัดมาแล้วว่าสเปกดี ราคาหลากหลาย และสำคัญที่สุดคือ หาซื้อได้ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา ดูของจริง ทดลองก่อนซื้อ สะดวกครบจบในที่เดียว
ก่อนจะเปรียบเทียบเครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่น มาทำความเข้าใจหลักการเลือกซื้อกันก่อน เพื่อให้ได้เครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับการใช้งานจริง
หัวใจสำคัญที่สุดคือแผ่นกรอง HEPA (High Efficiency Particulate Air) โดยเฉพาะระดับ H13 ที่สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอนได้ 99.97% ครอบคลุมทั้งฝุ่น PM 2.5 ละอองเกสร ขนสัตว์ และเชื้อโรค บางรุ่นมีแผ่นกรอง Activated Carbon เพิ่มเพื่อดูดซับกลิ่นและก๊าซอันตราย
ตัวเลขนี้บอกอัตราการปล่อยอากาศสะอาดต่อชั่วโมง ยิ่ง CADR สูง เครื่องยิ่งฟอกอากาศได้เร็ว ควรเลือก CADR ที่สัมพันธ์กับขนาดห้อง โดยทั่วไปค่า CADR ควรเป็น 5 เท่าของปริมาตรห้อง
เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นรองรับพื้นที่ต่างกัน ตั้งแต่ 16 ตร.ม. สำหรับห้องนอนเล็ก ไปจนถึง 100 ตร.ม. ขึ้นไปสำหรับห้องนั่งเล่นหรือออฟฟิศ ต้องเช็กให้แน่ใจว่าเครื่องรองรับพื้นที่ห้องของเราได้ทั่วถึง
สำหรับห้องนอนควรเลือกเครื่องที่เสียงเบาไม่เกิน 30-35 เดซิเบลในโหมดเงียบ เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
ฟังก์ชันเสริม เช่น เซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ การเชื่อมต่อ Wi-Fi/แอปมือถือ โหมดอัตโนมัติปรับความแรงตามค่าฝุ่น ตั้งเวลาเปิดปิด และระบบแจ้งเตือนเปลี่ยนไส้กรอง

ขอบคุณรูปภาพจาก Philips
เครื่องฟอกอากาศ Philips ที่ใช้เทคโนโลยี NanoProtect HEPA กรองฝุ่น PM 2.5 ได้ 99.97% ฟอกอากาศห้อง 25-78 ตร.ม. ได้ภายใน 10 นาที เชื่อมต่อแอป Air+ ดูค่าอากาศแบบเรียลไทม์ เสียงเงียบเพียง 15 dB ในโหมด Sleep
พื้นที่ฟอกอากาศ: 25-78 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 6,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1
ขอบคุณรูปภาพจาก Philips
รุ่นเล็กกะทัดรัดจาก Philips เหมาะกับห้องนอนหรือคอนโดขนาดเล็ก กรองอากาศ 3 ชั้น HEPA + Carbon เสียงเงียบ 12 dB ดีไซน์มินิมอล ประหยัดไฟ
พื้นที่ฟอกอากาศ: สูงสุด 40 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 3,290 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1
ขอบคุณรูปภาพจาก Philips
อัปเกรดจาก Series 600 ด้วย HEPA Filter ประสิทธิภาพสูงขึ้น มีเซ็นเซอร์วัดคุณภาพอากาศพร้อมไฟแสดงสถานะ 4 สี เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้
พื้นที่ฟอกอากาศ: สูงสุด 65 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 5,990 บาท
หาซื้อได้ที่: HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก HomePro
เครื่องกรองอากาศยอดนิยมจาก Sharp มาพร้อมเทคโนโลยี Plasmacluster Ion ช่วยยับยั้งไวรัสและแบคทีเรียลอยในอากาศ กรอง 3 ชั้น Pre-filter + Deodorizing + HEPA ราคาเข้าถึงง่าย
พื้นที่ฟอกอากาศ: 23 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 4,490 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ BaNANA ชั้น 2
ขอบคุณรูปภาพจาก HomePro
รุ่นพี่ของ FP-J30 ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น Plasmacluster ความเข้มข้นสูง พ่นกระจายจากด้านบน กรองฝุ่น PM 2.5 ขนาด 0.3 ไมครอนได้ 99.97% ผ่าน HEPA Filter
พื้นที่ฟอกอากาศ: 38 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 6,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก HomePro
รุ่นใหม่ล่าสุดจาก Sharp ดีไซน์ทันสมัย เสียงเงียบลง มี Wi-Fi เชื่อมต่อแอป COCORO AIR เลือกได้ทั้งรุ่นธรรมดาและรุ่น Wi-Fi
พื้นที่ฟอกอากาศ: 30 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 5,490-6,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Xiaomi
เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นท็อป CADR สูงถึง 500 ลบ.ม./ชม. กรองอนุภาค 0.3 ไมครอนได้ 99.97% จอ OLED แสดงค่าฝุ่นเรียลไทม์ สั่งงานผ่านแอป Mi Home และ Google Assistant ได้
พื้นที่ฟอกอากาศ: 35-60 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 6,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ BaNANA ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก Xiaomi
รุ่นกลางที่คุ้มค่า CADR 360 ลบ.ม./ชม. เชื่อมต่อ Wi-Fi สั่งงานผ่านแอป เสียงเงียบ 33 dB ในโหมด Sleep ราคาประหยัด
พื้นที่ฟอกอากาศ: 25-43 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 3,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ BaNANA ชั้น 2

ตัวเล็กสุดในซีรีส์ พกพาสะดวก น้ำหนักเบา เหมาะวางบนโต๊ะทำงานหรือห้องนอนเล็ก กรอง HEPA H13 เชื่อมต่อแอปได้ ราคาเริ่มต้นหลักพัน
พื้นที่ฟอกอากาศ: 16-27 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 2,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ BaNANA ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก Samsung
เครื่องฟอกอากาศ Samsung ดีไซน์เรียบหรู กรอง 3 ชั้น รองรับ SmartThings สั่งงานผ่านมือถือ มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นและก๊าซ แสดงผลบนตัวเครื่อง
พื้นที่ฟอกอากาศ: 41 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 5,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Samsung Experience Store ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Power Buy
แบรนด์ญี่ปุ่นคุณภาพสูง มี 3 โหมดการทำงาน ทั้งกรองฝุ่น ขจัดกลิ่น และดักจับสารก่อภูมิแพ้ ใช้แผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับคนเป็นภูมิแพ้
พื้นที่ฟอกอากาศ: 22 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 3,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Power Buy
รุ่นพรีเมียมจาก Hitachi มี Wi-Fi ครอบคลุมพื้นที่กว้าง 48 ตร.ม. กรอง HEPA + Deodorizing Filter ดูดกลิ่นได้ดี ทำงานเงียบ
พื้นที่ฟอกอากาศ: 48 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 8,990 บาท
หาซื้อได้ที่: HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Electrolux
เครื่องฟอกอากาศ Electrolux รุ่น Flow A4 กรอง 5 ขั้นตอน กระจายลม 360 องศาทั่วห้อง มีโหมด Smart Pet ขจัดกลิ่นและขนสัตว์เลี้ยง เสียงเงียบเพียง 20 dB มีระบบ UV-C เพิ่มการฆ่าเชื้อ
พื้นที่ฟอกอากาศ: 54 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 8,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ HomePro ชั้น 1
ขอบคุณรูปภาพจาก Electrolux
รุ่นเล็กกว่าจากซีรีส์ Flow กรอง 4 ขั้นตอน ดีไซน์สวยเข้าทุกมุมห้อง มีระบบ PureSense ปรับความเร็วอัตโนมัติตามคุณภาพอากาศ
พื้นที่ฟอกอากาศ: 29 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 5,990 บาท
หาซื้อได้ที่: HomePro ชั้น 1

เครื่องฟอกอากาศ + พัดลม 2-in-1 จาก Dyson กรอง HEPA H13 + Carbon ดักจับ VOCs ส่งลมเย็นสะอาดไปทั่วห้อง เชื่อมต่อ Dyson Link App ดูค่าอากาศเรียลไทม์ ดีไซน์ไร้ใบพัด ปลอดภัยสำหรับเด็ก
พื้นที่ฟอกอากาศ: สูงสุด 50 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 18,900 บาท
หาซื้อได้ที่: Dyson Store ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Dyson
รุ่นท็อปของ Dyson สำหรับห้องขนาดใหญ่ กรองฟอร์มาลดีไฮด์ได้ต่อเนื่อง เสียงเงียบสุดแค่ 56 dB ทั้งที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างมาก HEPA H13 + Catalytic Filter
พื้นที่ฟอกอากาศ: สูงสุด 100 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 32,900 บาท
หาซื้อได้ที่: Dyson Store ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Toshiba
เครื่องฟอกอากาศราคาคุ้มค่าจาก Toshiba กรอง HEPA + Carbon ดักจับฝุ่นและกลิ่น มีเซ็นเซอร์ฝุ่นอัตโนมัติ ดีไซน์เรียบง่ายใช้งานไม่ซับซ้อน
พื้นที่ฟอกอากาศ: 26 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 3,990 บาท
หาซื้อได้ที่: HomePro ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Coway
แบรนด์เกาหลีชื่อดังด้านเครื่องฟอกอากาศ ระบบกรอง 4 ชั้น Pre-filter + HEPA + Carbon + Ionizer มี Timer และ Auto Mode เซ็นเซอร์วัดฝุ่นพร้อมไฟ LED แสดงสถานะ
พื้นที่ฟอกอากาศ: 37 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 6,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2
ขอบคุณรูปภาพจาก Levoit
แบรนด์จากอเมริกาที่ได้รับความนิยมบน Amazon เชื่อมต่อ Wi-Fi สั่งงานผ่าน VeSync App กรอง HEPA H13 ขนาดกะทัดรัดแต่ CADR ดีถึง 195 ลบ.ม./ชม. เสียงเบาเพียง 24 dB
พื้นที่ฟอกอากาศ: 20-40 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 3,990 บาท
หาซื้อได้ที่: Power Buy ชั้น 2 และ BaNANA ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก HomePro
เครื่องฟอกอากาศจาก Tefal กรอง 4 ชั้นรวม HEPA + Carbon มีเซ็นเซอร์ PM 2.5 และแสดงค่าตัวเลขบนตัวเครื่อง โหมด Auto ปรับความแรงอัตโนมัติ ดีไซน์ทรงกลมโมเดิร์น
พื้นที่ฟอกอากาศ: 57 ตร.ม.
ราคาประมาณ: 7,990 บาท
หาซื้อได้ที่: HomePro ชั้น 1
ข้อดีของการมาเลือกซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ศูนย์การค้าเมกาบางนาคือสามารถดูของจริง เปรียบเทียบเครื่องฟอกอากาศหลายแบรนด์ได้ในที่เดียว โดยร้านที่จำหน่ายเครื่องฟอกอากาศในเมกาบางนา ได้แก่
แนะนำให้เปรียบเทียบราคาระหว่างร้านก่อนตัดสินใจ เพราะแต่ละร้านอาจมีโปรโมชันและของแถมที่แตกต่างกัน
*โปรดตรวจสอบราคาและเงื่อนไขรายการส่งเสริมการขาย ณ จุดขายอีกครั้ง
A: เครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรอง HEPA ระดับ H13 จะสามารถกรอง PM 2.5 ได้ 99.97% ซึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและกรอง PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ Philips, Sharp, Dyson, Xiaomi และ Electrolux โดยทุกรุ่นที่แนะนำในบทความนี้ล้วนมีแผ่นกรอง HEPA ที่ได้มาตรฐาน ปัจจัยสำคัญไม่ใช่แค่ยี่ห้อ แต่ต้องดูค่า CADR ให้เหมาะกับขนาดห้องด้วย เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศทำงานได้ทั่วถึง
A: เครื่องปรับอากาศทำหน้าที่ลดอุณหภูมิในห้องเป็นหลัก แม้บางรุ่นจะมีแผ่นกรองฝุ่นหยาบแต่ไม่สามารถกรองฝุ่นละเอียดอย่าง PM 2.5 ได้ ส่วนเครื่องฟอกอากาศถูกออกแบบมาเพื่อดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ แบคทีเรีย ไวรัส และกลิ่นโดยเฉพาะ ดังนั้นควรใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
A: ได้ เครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้สามารถเปิดใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง แนะนำให้เปิดโหมด Auto เพื่อให้เครื่องปรับความแรงตามค่าฝุ่นอัตโนมัติ ช่วยประหยัดไฟและยืดอายุไส้กรอง ส่วนค่าไฟไม่ต้องกังวล เพราะเครื่องฟอกอากาศส่วนใหญ่กินไฟเพียง 3-50 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเดือนละไม่กี่สิบบาท
A: โดยทั่วไปควรเปลี่ยนแผ่นกรอง HEPA ทุก 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับความถี่การใช้งานและสภาพอากาศในพื้นที่ หากอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นเยอะหรือเปิดเครื่องตลอดเวลา อาจต้องเปลี่ยนเร็วกว่าปกติ เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะมีระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรอง ก่อนซื้อเครื่องควรเช็กราคาไส้กรองทดแทนด้วย เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง
A: สำหรับห้องนอนเด็กและทารก ควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA H13 เพื่อกรองฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสียงเงียบในโหมด Sleep ไม่เกิน 25 dB เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ ไม่มีการปล่อยโอโซน และไม่มีใบพัดเปิดโล่งเพื่อความปลอดภัย รุ่นที่แนะนำเช่น Philips AC0650, Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact หรือ Levoit Core 300S ที่ราคาไม่แพงแต่คุณภาพดี
ทุกการชำระเงินซื้อสินค้าและบริการในศูนย์การค้า Megabangna สามารถนำใบเสร็จมาสะสมคะแนน Mega Smile Rewards เพื่อแลกรับของรางวัล และสิทธิพิเศษต่างๆ จากเมกาบางนา ยิ่งช้อป ยิ่งจ่าย ก็ยิ่งได้! สำหรับใครที่ยังไม่ได้สมัครสมาชิก อย่ารอช้า เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน 'เมกาบางนา' และสมัครสมาชิกได้เลย
ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งและศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมร้านจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศครบทุกแบรนด์ดัง ทั้ง Power Buy, HomePro, BaNANA IT, Dyson Store และอีกมากมาย ให้คุณเลือกดูของจริง เปรียบเทียบสเปกและราคาได้สะดวกครบจบในที่เดียว ภายใต้แนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE
Mega Smile Rewards ความคุ้มค่าของการช้อปปิ้งที่คุณห้ามพลาด
ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นพิเศษศูนย์การค้าเมกาบางนา ได้ที่
โทร: 02-105-1000
เวลา: 10.00 น. - 22.00 น.
E-mail: contactus@mega-bangna.com