CONNECT WITH US
20.05.69

มัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง? แล้วดื่มอันไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน

ถ้าพูดถึงเครื่องดื่มยอดฮิตที่ ไม่ว่าจะไปคาเฟ่ไหนก็ต้องเจออย่างเมนูเครื่องดื่มชาเขียว ที่แทบทุกร้านจะต้องมีจำหน่าย แต่เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมบางเมนูถึงเขียนว่า “Green Tea” แต่บางเมนูกลับเป็น “Matcha” แล้วสองอย่างนี้มันเหมือนหรือต่างกันยังไง? ทำไมราคาถึงต่างกัน?

วันนี้ Megabangna จะพาไปไขคำตอบว่ามัทฉะกับชาเขียวต่างกันอย่างไร โดยเริ่มตั้งแต่ที่มา วิธีผลิต ไปจนถึงรสชาติและคุณประโยชน์ที่ทำให้มัทฉะ กลายเป็นหนึ่งใน Superfood ที่ทั้งสายสุขภาพและสายคาเฟ่ทั่วโลกต่างหลงรัก รับรองว่าหลังอ่านจบ เพื่อน ๆ จะสั่งเมนูชาเขียวโปรดได้แบบมั่นใจและเข้าใจมากขึ้น พร้อมแล้วตามไปหาคำตอบกันเลย

มัทฉะคืออะไร? ทำไมถึงพิเศษกว่าชาเขียวทั่วไป?

มัทฉะและชาเขียวมาจากต้นชาสายพันธุ์เดียวกันคือ Camellia sinensis แต่สิ่งที่ทำให้มัทฉะแตกต่างจากชาเขียวทั่วไปนั้นก็คือกระบวนการปลูกและผลิตที่พิถีพิถันกว่า

โดยมัทฉะไม่ใช่แค่ใบชาที่บดเป็นผงธรรมดา แต่เป็นใบชาที่ได้รับการดูแลอย่างดี ตั้งแต่การปลูกในที่ร่มเพื่อเพิ่มสารอาหาร จนถึงการเลือกใบอ่อนที่สุดมาใช้ หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เลยก็คือ มัทฉะเป็นชาเขียวสุดพิเศษที่เต็มไปด้วยสารอาหาร รสชาติที่ละมุนกลมกล่อม และมาพร้อมกับเอกลักษณ์ที่ชาเขียวทั่วไปเลียนแบบไม่ได้เลยนั่นเอง

มัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง? เปรียบเทียบชัด ๆ

ใครที่ยังแยกไม่ออกว่าแก้วไหนคือมัทฉะ แก้วไหนคือชาเขียวทั่วไป หรือทำไมดื่มแล้วรู้สึกไม่เหมือนกัน มาดูการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างมัทฉะและชาเขียวกันเลย ดังนี้

1. กระบวนการปลูกและผลิต

  • ชาเขียว: ใบชาเขียวทั่วไปมักจะปลูกกลางแจ้งให้ได้รับแสงแดดเต็มที่ เพื่อให้ใบชาเติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวจะนำมาอบไอน้ำเพื่อหยุดการออกซิเดชัน แล้วจึงทำให้แห้งเพื่อนำไปชงแบบกรองกากออก
  • มัทฉะ: กระบวนการที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 3-4 สัปดาห์ เกษตรกรจะทำการ คลุมแสลน เพื่อบังแสงแดดให้ต้นชา วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้ใบชาผลิตคลอโรฟิลล์มากขึ้นจนใบมีสีเขียวเข้มจัด และเพิ่มกรดอะมิโนที่ให้รสหวานนุ่ม เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจะนำไปนึ่ง อบแห้ง และนำมาบดด้วยโม่หินจนกลายเป็นผงละเอียดเหมือนแป้งฝุ่น

2. ลักษณะและวิธีชง

  • ชาเขียว: ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบใบชาแห้งหรือถุงชา วิธีชงคือการแช่ใบชาในน้ำร้อนแล้วกรองเอาใบออก น้ำชาที่ได้จะมีลักษณะใส สีเหลืองอมเขียวหรือเขียวอ่อน ๆ
  • มัทฉะ: มาในรูปแบบผงละเอียดสีเขียวสด วิธีการชงคือการตีผงชาให้ละลายไปกับน้ำร้อนหรือนมโดยใช้แปรงไม้ไผ่ (Chasen) ทำให้เราได้ดื่มทั้งใบชาที่บดละเอียดเข้าไปด้วย น้ำมัทฉะจะมีลักษณะขุ่น สีเขียวเข้มสดใส และมักจะมีฟองละเอียดนุ่ม ๆ อยู่ด้านบน

3. รสชาติและกลิ่น

  • ชาเขียว: รสชาติจะมีความเบา สดชื่น มีความฝาดเล็กน้อย มีกลิ่นจะหอมแบบใบไม้คั่วหรือหญ้าแห้ง ดื่มง่ายเหมือนน้ำเปล่าที่เพิ่มรสชาติ
  • มัทฉะ: มีรสชาติที่เข้มข้น ลุ่มลึก มาพร้อมกับรสอูมามิที่ให้ความรู้สึกกลมกล่อมที่โดดเด่น มีความมันนวลแบบถั่ว (Nutty) หรือครีมมี่ กลิ่นจะหอมสดชื่นแบบใบไม้สดเขียว ๆ ผสมกับความหอมหวานอ่อน ๆ

4. สารอาหารและประโยชน์

ในแง่ของโภชนาการ มัทฉะจะมีสารอาหารและประโยชน์มากกว่า เพราะการดื่มมัทฉะคือการกินใบชาทั้งใบ ในขณะที่ชาเขียวทั่วไปคือการดื่มเพียงน้ำที่สกัดออกมา ทำให้มัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ EGCG สูงกว่าชาเขียวทั่วไปถึง 100 เท่า นอกจากนี้ยังมีคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโนที่ช่วยในเรื่องการผ่อนคลายมากกว่าหลายเท่าตัวอีกด้วย

5. ปริมาณคาเฟอีน

  • ชาเขียว: มีปริมาณคาเฟอีนค่อนข้างต่ำ เหมาะสำหรับคนที่อยากดื่มชาเพื่อความสดชื่นเบา ๆ ระหว่างวันโดยไม่รบกวนการนอนมากนัก
  • มัทฉะ: มีคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไป และเกือบจะเทียบเท่ากาแฟเลยทีเดียว แต่ความเจ๋งคือในมัทฉะมีสาร L-Theanine ที่ช่วยให้คาเฟอีนออกฤทธิ์แบบค่อย ๆ ไต่ระดับไปเรื่อย ๆ  ทำให้เรารู้สึกตื่นตัวแบบมีสมาธิ ไม่ใจสั่นเหมือนดื่มกาแฟ
  • กาแฟ: คาเฟอีนในกาแฟจะดีดเร็วและพุ่งสูง แต่ก็มักจะเกิดอาการ Caffeine Crash หรืออาการเพลียหลังจากหมดฤทธิ์ได้ง่ายกว่ามัทฉะ

ประโยชน์ของมัทฉะที่สายรักสุขภาพต้องรู้มีอะไรบ้าง

นอกจากรสชาติที่อร่อยฟินแล้ว ประโยชน์ที่ได้รับจากมัทฉะคุณภาพดียังมีเพียบ ไม่ว่าจะเป็น

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง: ช่วยชะลอวัย ผิวพรรณสดใส และช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากการถูกทำลาย
  • ช่วยเผาผลาญไขมัน: มัทฉะมีส่วนช่วยในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพิ่มสมาธิและความจำ: สาร L-Theanine ช่วยให้สมองผ่อนคลายแต่ตื่นตัว (Calm Alertness) เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือทำงานที่ต้องโฟกัสสูง
  • ดีท็อกซ์ร่างกาย: คลอโรฟิลล์ที่เข้มข้นในมัทฉะช่วยในการขับสารพิษออกจากเลือดและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง 

สายมัทฉะต้องแวะ ร้านมัทฉะเด็ดในเมกาบางนา

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลองดื่มมัทฉะดี ๆ สักแก้ว ไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น เพราะที่เมกาบางนาก็มีร้านมัทฉะเด็ด ๆ ที่คัดสรรผงมัทฉะเกรดพรีเมียมมาเสิร์ฟถึงมือคุณ

ขอบคุณรูปภาพจาก  Matcha and More 

1. Matcha and More

ร้านนี้เต็มไปด้วยความมินิมอลและคุณภาพที่อัดแน่น ใครเป็นแฟน Specialty Matcha ต้องไม่ควรพลาด เพราะที่ Matcha and More คัดสรรมัทฉะอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติที่โดดเด่น บอกเลยว่าใครที่ได้มาลองต้องถูกใจในรสชาติของมัทฉะที่ลงตัว

เมนูแนะนำ: Signature Howl, มัทฉะมะพร้าว

พิกัด: Matcha and More เมกาบางนา ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Fuku Matcha 

2. Fuku Matcha

Fuku Matcha ร้านโปรดของหลายคนที่หาทานง่าย และมีเมนูให้เลือกมากมาย รวมไปถึงเมนูชาเขียวและมัทฉะแบบจัดเต็ม ส่วนเรื่องของรสชาติของร้านนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ว่าจะเมนูไหนก็เด็ดทุกแก้ว แถมจุดเด่นของเมนูชาเขียวและมัทฉะร้านนี้คือความเข้มข้นของชาเขียวสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ พร้อมท็อปปิ้งจัดเต็ม ราคาก็น่ารักถูกใจทุก Gen ใครที่ชอบหวานมาก หวานน้อยก็ไม่ต้องกังวล เพราะสั่งระดับความหวานที่ชอบได้เต็มที่ แบบดื่มได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกผิดเลย

เมนูแนะนำ: ชานมไข่มุกมัทฉะ, โตเกียวมิลค์ที, ซอฟต์ครีมมัทฉะ

พิกัด: Fuku Matcha เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก After You

3. After You

แม้ว่าจะเป็นร้านขนมหวานชื่อดัง แต่ After You ก็มีเมนูมัทฉะเอาใจ Matcha Lover เหมือนกัน ซึ่งเป็นเมนูมัทฉะที่ทาง After You X Little Monster หรือที่หลายคนเรียกติดปากกันว่ามัทฉะแม่ตุ๊ก ที่บอกเลยว่าใครเป็นแฟนร้าน After You และติดตามแม่ตุ๊กอยู่จะต้องติดใจ เพราะทำรสชาติออกมาได้ดี จึ้งทุกเมนู นอกจากมัทฉะแม่ตุ๊กแล้ว ที่ After You ก็ยังมีเมนูมัทฉะอื่น ๆ ให้ได้ลองกันเพิ่มเติม อย่างเช่น คากิโกริมัทฉะ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ ใครที่เป็นสายมัทฉะ แต่อยากทานมัทฉะไปด้วย กินของหวานไปด้วย บอกเลยว่าลองมาแวะชิมกันก่อนได้

เมนูแนะนำ: มัทฉะลาเต้, คากิโกริมัทฉะ, ฮันนี่โทสต์

พิกัด: After You เมกาบางนา ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก starbucks

4. Starbucks 

หากพูดถึงร้านกาแฟยอดฮิตที่ไม่ควรพลาดเมนูมัทฉะแล้ว ต้องนึกถึง Starbucks เลยค่ะ โดยเฉพาะเมนู Pure Matcha ที่เป็นมัทฉะสูตรคุณเนย ที่กำลังฮิตจาก TikTok เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบรสชาติของมัทฉะเข้มข้น กลมกล่อม ไม่หวานมากเกินไป เติมความสดชื่นได้ในทุกๆ วัน!

เมนูแนะนำ: Ice Creamy Pure Matcha Latte และมัทฉะเฟรปเป้สูตรคุณเนย เมนูที่กำลังเป็นไวรัลฮิต

พิกัด: Starbucks เมกาบางนา ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก Warabimochi Kamakura 

5. Warabimochi Kamakura 

ถ้าพูดถคงร้านขนมญี่ปุ่นที่เป็นตัวจริงเรื่องวาราบิโมจิ สูตรดั้งเดิมต้นตำหรับจากญี่ปุ่นจะไม่มีชื่อนี้ได้ไงกับ Warabimochi Kamakura ที่นอกจากจะเด่นเรื่องวาราบิโมจิแล้ว ที่ร้านนี้ยังมีเมนูมัทฉะรสชาติเข้มข้นจากผงมัทฉะคุณภาพดี มาในเวอร์ชันความอร่อยแบบบวาราบิโมจิเนื้อเหนียวนุ่ม เคี้ยวเพลิน หนุบหนับฟินหัวใจคนรักมัทฉะและวาราบิโมจิสุด ๆ 

เมนูแนะนำ: Warabimochi รส Matcha และ Matcha Nama Ganache / Warabi Truffles 

พิกัด: Warabimochi Kamakura เมกาบางนา ชั้น 1

ขอบคุณรูปภาพจาก KOI The 

6. KOI Thé

แนะนำเมนูร้านมัทฉะตัวตึงไปกันก็หลายร้านแล้ว เอาใจคนชอบดื่มชานมไข่มุก แต่ก็อยากแวบมาพักใจเมนูมัทฉะกันบ้าง ใครชอบกินมัทฉะแบบมี Topping อร่อย ๆ เคี้ยวฟิน ๆ ลองแวะมาลองเมนูมัทฉะที่ KOI Thé เพราะที่นี่เขาไม่ได้ดังแค่ชานมไข่มุก แต่ยังมีเมนู Matcha Series ที่อร่อยเต็มสิบไม่แพ้ใคร!

ซึ่งความพิเศษของมัทฉะที่นี่คือการเลือกใช้ผงมัทฉะคุณภาพสูง สีเขียวสดและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ชงอย่างพิถีพิถันจนได้เลเยอร์สีสวยงาม ตัดกับความนุ่มหนึบของ Golden Bubble ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน

ใครที่ชอบมัทฉะสไตล์ดื่มง่ายแต่ยังได้ความเข้มข้นแบบพรีเมียม ต้องเลิฟ Matcha Series ของ KOI Thé แน่นอน เพราะเขาสามารถเลือกระดับความหวานได้ตามใจชอบ จะดื่มแบบใสเพื่อความสดชื่นหรือแบบลาเต้ก็อร่อยนัวร์ถูกใจ

เมนูแนะนำ: Matcha Latte พร้อมเพิ่ม Topping ความอร่อยด้วย Golden Bubble

พิกัด: KOI The เมกาบางนา ชั้น 2

มัทฉะกับชาเขียวต่างกันยังไง? สรุปแบบเข้าใจง่าย พร้อมพิกัดร้านมัทฉะ ชาเขียวเด็ด ๆ ครบ จบที่เมกาบางนา

แม้มัทฉะและชาเขียวจะมาจากต้นชาต้นเดียวกัน แต่ความต่างในวิธีปลูกและผลิตทำให้มัทฉะโดดเด่นกว่าในทั้งรสชาติและคุณประโยชน์ หากเพื่อน ๆ อยากดื่มอะไรที่ให้ความสดชื่น คลายกระหาย ชาเขียวทั่วไปก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีแบบไม่ต้องหักคะแนน แต่ถ้าอยากได้ความลุ่มลึกของรสชาติ แถมร่างกายยังได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเต็ม ๆ และความรู้สึกตื่นตัวแบบมีสมาธิ ก็ต้องจบที่มัทฉะเลย!

และสำหรับใครที่มาช้อปปิ้งและหามัทฉะอร่อย ๆ กินที่ Megabangna และอยากยกระดับทุกการช้อปปิ้งในช่วงเทศกาลนี้ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ขอแนะนำสิทธิประโยชน์จาก Mega Smile Rewards เพียงสมัครสมาชิก ทุกการใช้จ่ายครบ 500 บาท รับทันที 1 คะแนน เพื่อสะสมนำไปแลกรับสิทธิพิเศษหรือของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เติมเต็มให้ทุกวันพักผ่อนและการช้อปปิ้งของคุณเต็มไปด้วยความสุขและความคุ้มค่า

ท่านสามารถติดตามข่าวสาร โปรโมชันสุดพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Megabangna Shopping Center เพื่อไม่พลาดดีลดี ๆ และสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ ก่อนใคร ถึงเวลามาร่วมสัมผัสประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เหนือระดับได้ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา

(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ เคาน์เตอร์แลกของสมนาคุณ ชั้น 1 โซนหน้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า หรือ โซนอิเกีย หรือ โซนเมกา ฟู้ดวอล์ค เวลา 10.00 - 22.00 น.)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ชาเขียวกับมัทฉะมีรสชาติต่างกันอย่างไรบ้าง?

A: ชาเขียวจะมีความเบา สดชื่น มีรสฝาดเล็กน้อยและกลิ่นหญ้าแห้ง ส่วนมัทฉะจะมีรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม (Umami) มีความมัน ๆ เหมือนถั่วและกลิ่นหอมสดชื่นแบบใบไม้สด

Q: สารอาหารในมัทฉะกับชาเขียวเหมือนกันไหม?

A: คล้ายกันแต่ปริมาณต่างกันมาก มัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระและกรดอะมิโนสูงกว่าชาเขียวทั่วไปหลายสิบเท่า เพราะเป็นการดื่มใบชาทั้งใบที่บดละเอียด

Q: มัทฉะมีคาเฟอีนมากกว่าชาเขียวปกติหรือไม่?

A: มัทฉะมีคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไปพอสมควร แต่ข้อดีคือมัทฉะมี L-Theanine ที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมคาเฟอีนอย่างช้า ๆ ทำให้ตื่นตัวได้นานและไม่ใจสั่น

Q: วิธีปลูกมัทฉะกับชาเขียวทั่วไปต่างกันไหม? 

A: ต่างกัน โดยชาเขียวทั่วไปปลูกกลางแจ้งรับแดดปกติ แต่มัทฉะต้องมีการคลุมร่มก่อนเก็บเกี่ยว 3-4 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นการสร้างคลอโรฟิลล์และสารอาหาร

Q: ควรเลือกดื่มมัทฉะหรือชาเขียวดี?

A: ขึ้นอยู่กับความชอบ ถ้าชอบดื่มบ่อย ๆ เน้นสดชื่น ไม่เน้นคาเฟอีนมาก แนะนำให้เลือกดื่มชาเขียว แต่ถ้าอยากบำรุงสุขภาพ เน้นรสชาติที่กลมกล่อมลุ่มลึก หรือต้องการพลังในการทำงาน แนะนำมัทฉะเพราะจะตอบโจทย์กว่า

ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สถานที่ที่จะทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษของทุกคนในครอบครัว เติมเต็มการใช้ชีวิตให้ทุก ๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE

Mega Smile Rewards ความคุ้มค่าของการช้อปปิ้งที่คุณห้ามพลาด ติดตามข่าวสาร และโปรโมชันพิเศษศูนย์การค้าเมกาบางนา ได้ที่

โทร: 02-105-1000

เวลา: 10.00 น. - 22.00 น.

E-mail: contactus@mega-bangna.com