CONNECT WITH US
24.03.69

สมาร์ทวอทช์ รุ่นไหนดี 2026 อัปเดตไอเทมข้างกายที่ต้องมี พร้อมพิกัดช้อปสุดคุ้ม!

วงการ Gadget พัฒนาไปไกลจนหยุดไม่อยู่จริง ๆ ยิ่งในปี 2026 เทรนด์ของคนรักสุขภาพและความสะดวกสบายมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ ทำให้ "สมาร์ทวอทช์" กลายเป็นไอเทมติดตัวที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ได้มีไว้แค่ดูเวลา แต่ยังเป็นทั้งเทรนเนอร์ส่วนตัว คุณหมอประจำตัว และเลขาที่รู้ใจบนข้อมือ ไม่ว่าจะเป็นการวัดค่า SpO2 ติดตามคุณภาพการนอน หรือแม้แต่ใช้โทรออกรับสายได้แบบไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาให้วุ่นวาย

แต่สิ่งที่หลายคนยังแอบลังเลในใจก็คือ “สมาร์ทวอทช์ รุ่นไหนดี?” เพราะในตลาดตอนนี้มีให้เลือกเยอะมากกกก ทั้งแบรนด์ดัง ฟีเจอร์ล้ำ และดีไซน์ที่หลากหลาย แถมงบประมาณก็มีตั้งแต่หลักพันต้น ๆ ไปจนถึงหลักหมื่นปลายๆ ใครที่กำลังเจอว่ารุ่นเยอะจนเลือกไม่ถูก แบรนด์นั้นก็ดี แบรนด์นี้ก็น่าโดน วันนี้ Megabangna คัดมาให้แล้วกับ 10 Smart Watch ที่จะมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ รับรองว่าอ่านจบพูดได้คำเดียวเลยว่าช้อปกระจาย

วิธีเลือกซื้อสมาร์ทวอทช์ให้เหมาะกับตัวเอง

ก่อนจะไปดูว่ามี Smart Watch รุ่นไหนดี เรามาเช็กลิสต์กันหน่อยว่าควรเลือกซื้อยังไงให้คุ้มค่าและตรงกับการใช้งานที่สุด จะได้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง

เช็กความเข้ากันได้ของสมาร์ทโฟน: ถ้าใช้ iPhone การเลือก Apple Watch ก็ถือเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบาย เพราะด้วยระบบ Ecosystem เขาเชื่อมต่อกันได้ไร้รอยต่อ แต่ถ้าเป็นสาย Android แบรนด์อย่าง Samsung, Garmin, Huawei หรือ Xiaomi จะมีฟีเจอร์ที่รองรับได้กว้างขวางกว่า

  • เป้าหมายการใช้งาน: ถามตัวเองก่อนว่าอยากได้มาทำอะไร? ถ้าเน้นสุขภาพทั่วไป เช่น วัดชีพจร, นับก้าว, นอนหลับ รุ่นมาตรฐานก็เพียงพอ แต่ถ้าเป็นสายกีฬาจริงจัง เน้นวิ่งเทรล, ไตรกีฬา ต้องมองหารุ่นที่มี GPS แม่นยำและแบตอึดเป็นพิเศษ หรือถ้าเน้นเป็นเครื่องประดับเก๋ ๆ ก็ต้องเลือกสายแฟชั่นที่มีหน้าปัดสวย ๆ ให้เปลี่ยนได้บ่อย ๆ
  • ฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้: ดูเรื่องการกันน้ำ (เผื่อใส่อาบน้ำหรือว่ายน้ำ), อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ว่าอยู่ได้กี่วัน, และฟีเจอร์ล้ำ ๆ อย่าง ECG หรือความสามารถในการโทรผ่าน Bluetooth หรือไม่
  • ไปลองสวมของจริง: ข้อนี้สำคัญมาก! เพราะรูปทรงและขนาดหน้าจอในภาพอาจดูต่างจากตอนอยู่บนข้อมือเรา แนะนำให้ลองไปสวมดูความกระชับ น้ำหนัก และการตอบสนองของหน้าจอด้วยตัวเอง

แนะนำ 10 สมาร์ทวอตช์ รุ่นไหนดี ฟังก์ชันเกินคุ้ม

เอาละ ถึงเวลามาเจาะลึกกันแล้วว่า Smart Watch ยี่ห้อไหนดี ที่กำลังมาแรงในปีนี้ Megabangna คัดมาให้ครบทุกราคา ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นจนถึงรุ่นท็อป พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ขอบคุณรูปภาพจาก apple

1. Apple Watch Series 11

นาฬิกาคู่ใจของชาว iPhone ที่ในปีนี้ยังคงรักษาแชมป์ความล้ำสมัยไว้ได้แบบเหนียวแน่น มาพร้อมกับการดีไซน์ที่เพรียวบางลงแต่หน้าจอกว้างขึ้นกว่าเดิม ใช้งานง่ายและตอบสนองได้ไวสุด ๆ ใครที่อยู่ใน Ecosystem ของ Apple บอกเลยว่ารุ่นนี้คือที่สุดของความสะดวกสบาย

  • จุดเด่น: สมาร์ทวอทช์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ iPhone ฟีเจอร์สุขภาพครบที่สุดในตลาด
  • ฟีเจอร์เด่น: ECG คลื่นไฟฟ้าหัวใจ, วัดอุณหภูมิข้อมือ, ตรวจจับการล้มและอุบัติเหตุรถชน, หน้าจอ Always-On OLED ที่สว่างสู้แดดได้ดีเยี่ยม, กันน้ำ WR50 และกระจกหน้าจอที่ทนทานกว่า Series 10 ถึง 2 เท่า
  • เหมาะกับ: ผู้ใช้ iPhone ที่ต้องการฟีเจอร์สุขภาพแบบจัดเต็มและเน้นความสวยงามพรีเมียม
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 14,900 บาท (อะลูมิเนียม) / 25,900 บาท (ไทเทเนียม)
  • พิกัดช้อป: Studio 7, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก  Samsung 

2. Samsung Galaxy Watch8 Classic

สำหรับฝั่ง Android นี่คือสมาร์ทวอทช์ที่มีดีไซน์คลาสสิกและหรูหราที่สุด จุดเด่นที่หลายคนรักคือ Digital Rotating Bezel หรือขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ที่ช่วยให้การเลื่อนดูเมนูต่าง ๆ ทำได้สนุกและสะดวกสุด ๆ แถมรอบนี้ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์สุขภาพอีกด้วย

  • จุดเด่น: ดีไซน์หรูหราสไตล์นาฬิกาเข็มแบบดั้งเดิม ใช้งานสะดวกด้วยขอบหมุน
  • ฟีเจอร์เด่น: BioActive Sensor ที่วัดได้ทั้งไขมันและกล้ามเนื้อ, วัดชีพจร+SpO2, วัดอุณหภูมิผิว, รันด้วย Wear OS by Google ทำให้โหลดแอปได้เพียบ พร้อมฟีเจอร์ Galaxy AI ช่วยวิเคราะห์การนอน
  • เหมาะกับ: ผู้ใช้ Samsung หรือ Android ที่ชอบนาฬิกาดีไซน์คลาสสิกแต่ฟังก์ชันต้องล้ำ
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 12,900 บาท
  • พิกัดช้อป: Samsung Experience Store, BB Beyond D-Box, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก  Garmin 

3. Garmin Fenix 8 AMOLED

ที่สุดของสายลุยและนักกีฬาอาชีพต้องยกให้รุ่นนี้เลย Garmin Fenix 8 เปลี่ยนโฉมใหม่ด้วยหน้าจอ AMOLED ที่สีสันสดใสคมชัด แต่ยังคงความอึดของแบตเตอรี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ได้ ไม่ว่าจะขึ้นเขา ลงห้วย หรือวิ่งอัลตร้ามาราธอน รุ่นนี้เอาอยู่แน่นอน

  • จุดเด่น: ท็อปสุดสำหรับสาย Outdoor แบตเตอรี่อึดแบบเหลือเชื่อพร้อม GPS ที่แม่นยำระดับโลก
  • ฟีเจอร์เด่น: หน้าจอ AMOLED สว่างชัด, มีไฟฉาย LED ในตัว, แผนที่ TopoActive แบบออฟไลน์, กันน้ำระดับ 10ATM (ใส่ดำน้ำได้), แบตเตอรี่อยู่ได้นานถึง 29 วันในโหมดสมาร์ทวอทช์
  • เหมาะกับ: นักวิ่งเทรล นักไตรกีฬา หรือสายลุยที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกและการนำทางที่เชื่อถือได้
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 29,900 บาท
  • พิกัดช้อป: BB Beyond D-Box เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก  Garmin 

4. Garmin Forerunner 265

ถ้ารุ่น Fenix ดูจะล้ำเกินไปสำหรับคุณ ลองขยับมาที่ Forerunner 265 รุ่นยอดฮิตตลอดกาลของนักวิ่ง ตัวเรือนน้ำหนักเบา ใส่สบาย ใส่ซ้อมหรือใส่แข่งก็คล่องตัวสุด ๆ พร้อมฟีเจอร์ช่วยวิเคราะห์ความพร้อมของร่างกายในทุกเช้า

  • จุดเด่น: นาฬิกาวิ่งยอดนิยม น้ำหนักเบา ข้อมูลการวิ่งละเอียดมาก
  • ฟีเจอร์เด่น: Training Readiness บอกความพร้อมในการซ้อม, Morning Report สรุปข้อมูลสุขภาพเมื่อตื่นนอน, วัด VO2 Max, รองรับการฟังเพลงผ่าน Spotify ได้ในตัว, แบตเตอรี่นาน 13 วัน
  • เหมาะกับ: นักวิ่งและนักไตรกีฬาที่ต้องการนาฬิกาที่เน้นเรื่องการฝึกซ้อมโดยเฉพาะ
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 14,500 บาท
  • พิกัดช้อป: BB Beyond D-Box เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก  Samsung  

5. Samsung Galaxy Watch8

ถ้าคุณชอบความมินิมอลและน้ำหนักเบา แต่ไม่รู้จะซื้อ สมาร์ทวอทช์ รุ่นไหนดี ขอป้ายยาตัวนี้เลยกับ Galaxy Watch8 ด้วยดีไซน์หน้าปัดเรียบราบไปกับตัวเรือน ทำให้ใส่เข้ากับเสื้อผ้าได้ทุกลุค ฟีเจอร์ด้านในแทบจะไม่ต่างจากรุ่น Classic เลย แต่มาในราคาที่เข้าถึงง่าย

  • จุดเด่น: รุ่นมาตรฐานที่ฟีเจอร์ครบครันในดีไซน์ที่เรียบง่ายและบางเบา
  • ฟีเจอร์เด่น: BioActive Sensor สำหรับวัดองค์ประกอบร่างกาย, Sleep Coaching ช่วยสอนการนอนที่ดี, รองรับ Galaxy AI, กันน้ำ 5ATM+IP68, จ่ายเงินผ่าน Samsung Pay ได้ทันที
  • เหมาะกับ: ผู้ใช้ Android ทั่วไปที่อยากได้สมาร์ทวอทช์คุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 9,900 บาท
  • พิกัดช้อป: Samsung Experience Store, BB Beyond D-Box, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก HUAWEI 

6. Huawei Watch GT 4

หนึ่งในสมาร์ทวอทช์ที่คุ้มค่าที่สุดในแง่ของดีไซน์และแบตเตอรี่ Huawei Watch GT 4 มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนนาฬิกาหรูราคาสูง แต่ราคาจริงกลับน่ารักจนใจเหลว แถมแบตเตอรี่ยังอยู่ได้นานแบบไม่ต้องชาร์จกันบ่อย ๆ ให้รำคาญใจอีกด้วย

  • จุดเด่น: แบตเตอรี่อึด 14 วัน ดีไซน์พรีเมียมดูแพงในราคาที่คุ้มค่า
  • ฟีเจอร์เด่น: เทคโนโลยี TruSeen 5.5+ วัดชีพจรแม่นยำมาก, วัด SpO2 และอุณหภูมิผิวได้ตลอดวัน, โหมดออกกำลังกาย 100+, มี GPS ในตัวและโทรผ่าน Bluetooth ได้ชัดเจน
  • เหมาะกับ: คนที่เน้นดีไซน์สวยงาม ใส่ไปทำงานก็ได้ ไปยิมก็ดี และขี้เกียจชาร์จแบตบ่อย
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 6,990 บาท
  • พิกัดช้อป: BB Beyond D-Box, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก advice 

7. Apple Watch SE

ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นใช้ Apple Watch ในราคาประหยัด แม้จะไม่มีฟีเจอร์ล้ำ ๆ อย่างการวัดออกซิเจนในเลือดหรือ ECG แต่ฟังก์ชันพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันมีมาให้ครบถ้วนแบบไม่ขาดตกบกพร่อง

  • จุดเด่น: Apple Watch ราคาถูกที่สุด ฟีเจอร์หลักครบถ้วนตามมาตรฐาน Apple
  • ฟีเจอร์เด่น: ชิป S9 SiP เร็วแรงเหมือนรุ่นพี่, ตรวจจับการล้มและอุบัติเหตุ, วัดชีพจรแม่นยำ, กันน้ำใส่ว่ายน้ำได้, รองรับ Apple Pay สำหรับการใช้จ่ายที่สะดวก
  • ข้อจำกัด: ไม่มี Always-On Display และฟีเจอร์วัดอุณหภูมิหรือ ECG
  • เหมาะกับ: เด็กนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ระบบ Apple แบบงบจำกัด
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 8,900 บาท
  • พิกัดช้อป: Studio 7, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก  amazfit

8. Amazfit T-Rex 3

สายถึก สายลุย ต้องรุ่นนี้เลย Amazfit T-Rex 3 ออกแบบมาเพื่อรับมือกับทุกสภาวะ ไม่ว่าจะหนาวจัดหรือร้อนจัด ตัวเรือนผ่านมาตรฐานความทนทานระดับกองทัพ มาในดีไซน์ดุดันที่ใครเห็นก็ต้องทัก

  • จุดเด่น: สมาร์ทวอทช์สาย Outdoor ที่ทนทานสุดขีด ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
  • ฟีเจอร์เด่น: ผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810H, กันน้ำ 10ATM, ใช้งานในอุณหภูมิต่ำถึง -30°C ได้, GPS ระบบดาวเทียม 6 ดวงแม่นยำสูง, หน้าจอ AMOLED ใหญ่ชัด, แบตเตอรี่นาน 30 วัน
  • เหมาะกับ: คนรักกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม แคมป์ปิ้ง หรือคนที่ชอบนาฬิกาสไตล์ลุยๆ
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 5,990 บาท
  • พิกัดช้อป: BB Beyond D-Box, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก huewei

9. Huawei Watch FIT 4

ถ้าคุณกำลังมองหาสมาร์ทวอทช์ที่ทรงสวยเหมือน Apple Watch แต่มาในราคาสบายกระเป๋าและใช้งานได้นานกว่า Huawei Watch FIT 4 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไม่แพ้ใคร มาในดีไซน์การออกแบบด้วยหน้าจอทรงเหลี่ยมขนาดใหญ่ช่วยให้อ่านการแจ้งเตือนได้ง่ายสุด ๆ

  • จุดเด่น: หน้าจอเหลี่ยมสวย น้ำหนักเบาหวิว ใส่สบายเหมือนไม่ได้ใส่
  • ฟีเจอร์เด่น: จอ AMOLED 1.82 นิ้ว สีสันสดใส, วัดชีพจร/SpO2/ความเครียดครบ, มีแอนิเมชันสอนออกกำลังกายบนหน้าจอ, แบตเตอรี่นานประมาณ 10 วัน
  • เหมาะกับ: ผู้หญิงหรือคนข้อมือเล็กที่อยากได้นาฬิกาแฟชั่นน้ำหนักเบา ฟีเจอร์ครบ ราคาเป็นมิตร
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 3,490 บาท
  • พิกัดช้อป: BB Beyond D-Box และ Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

ขอบคุณรูปภาพจาก xiaomi

10. Xiaomi Redmi Watch 5 Active

ปิดท้ายด้วยรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนงบจำกัด Redmi Watch 5 Active ให้หน้าจอขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มในราคาพันต้น ๆ เท่านั้น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์สมาร์ทวอทช์ครั้งแรก โดยไม่ต้องจ่ายแพงจนกระเป๋าเงินต้องร้องขอชีวิต

  • จุดเด่น: สมาร์ทวอทช์ที่ราคาถูกที่สุดในลิสต์ แต่ฟีเจอร์พื้นฐานให้มาครบจนน่าตกใจ
  • ฟีเจอร์เด่น: หน้าจอใหญ่ 2.0 นิ้ว, โทรผ่าน Bluetooth ได้, ติดตามการนอนและวัดค่าสุขภาพพื้นฐานได้แม่นยำ, กันน้ำ 5ATM, แบตเตอรี่อึด 18 วัน
  • เหมาะกับ: มือใหม่หัดใช้สมาร์ทวอทช์ นักเรียน หรือคนที่อยากได้นาฬิกาสมาร์ทๆ ในงบประหยัด
  • ราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1,290 บาท
  • พิกัดช้อป: BB Beyond D-Box, Power Buy เมกาบางนา ชั้น 2

เลือกสมาร์ทวอทช์ให้ตรงสไตล์ที่ใช่คุณ มองลองดูของจริงได้ที่ Megabangna 

เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 รุ่นที่เราคัดมาให้ จะเห็นได้ว่าปี 2026 นี้มีทางเลือกที่หลากหลายมากจริง ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุยที่ต้องการความถึกทนแบบ Garmin หรือ Amazfit, สายเทคโนโลยีที่รัก Ecosystem อย่าง Apple และ Samsung, หรือจะเป็นสายคุ้มค่าที่เน้นดีไซน์สวยราคาดีอย่าง Huawei และ Xiaomi ทุกรุ่นล้วนมีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและงบประมาณที่ตั้งไว้ และถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ แนะนำว่าต้องมาลองของจริงด้วยตัวเองที่ Megabangna เพราะที่นี่มีร้าน Gadget ชั้นนำรวมตัวกันอยู่เพียบ ให้คุณได้ลองสวม ลองเล่น ลองเลื่อนหน้าจอก่อนตัดสินใจซื้อเป็นเจ้าของจริง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: สมาร์ทวอทช์ราคาไม่แพงแต่ดีมีรุ่นไหนบ้าง?

A: ถ้าเน้นความคุ้มค่าในราคาเบา ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะเลือก Smart Watch ยี่ห้อไหนดี ขอแนะนำเป็น Xiaomi Redmi Watch 5 Active หรือ Huawei Watch FIT 4 เพราะ 2 ตัวนี้ให้ฟีเจอร์พื้นฐานมาครบ หน้าจอสวย และราคาไม่แรงจนเกินไป เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ

Q: สมาร์ทวอทช์สำหรับผู้หญิงรุ่นไหนน่าสนใจ?

A: สำหรับสาว ๆ ที่ชอบดีไซน์สวยเพรียว น้ำหนักเบา ขอป้ายยาตัวนี้ Huawei Watch FIT 4 หรือ Apple Watch SE เพราะตัวเรือนไม่หนาจนเกินไป ใส่แบบ Everyday look ได้ หรือถ้าชอบความหรูหราแบบคลาสสิก Huawei Watch GT 4 เลย

Q: สมาร์ทวอทช์ที่เน้นการออกกำลังกายรุ่นไหนดี?

A: ถ้าเน้นออกกำลังกายจริงจัง ต้องยกให้ตระกูล Garmin ทั้ง Fenix 8 สำหรับสายลุย และ Forerunner 265 สำหรับสายวิ่ง ข้อมูลการวิเคราะห์ของ Garmin มีความละเอียดและแม่นยำสูงที่สุดในบรรดาสมาร์ทวอทช์ทั้งหมด

Q: สมาร์ทวอทช์กันน้ำได้ไหม ใส่ว่ายน้ำได้หรือไม่?

A: รุ่นที่แนะนำส่วนใหญ่จะมีมาตรฐานกันน้ำมาให้ทั้งนั้น เช่น 5ATM (กันน้ำลึก 50 เมตร) ใส่ว่ายน้ำในสระได้สบาย ๆ แต่ถ้าใครเป็นสายดำน้ำลึก แนะนำให้เลือก Garmin Fenix 8 หรือ Amazfit T-Rex 3 ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงดันน้ำที่สูงกว่าปกติ

Q: สามารถหาซื้อหรือทดลองใช้งานสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดได้ที่โซนไหนใน Megabangna?

A: อ่านบทความมาถึงตรงนี้แล้ว อยากได้สักรุ่นมาเป้นเจ้าของ แนะนำให้พุ่งตัวไปที่ ชั้น 2 ของเมกาบางนา ได้เลย เพราะที่นั่นเป็นแหล่งรวมร้านไอทีและ Gadget ไม่ว่าจะเป็น Studio 7, Samsung Experience Store, BB Beyond D-Box และ Power Buy มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำและมีเครื่องเดโมให้ทดลองเล่นจนกว่าจะพอใจแน่นอน!

และที่พิเศษไปกว่านั้น! ยกระดับทุกการช้อปช้อปสมาร์ทวอชที่เมกาบางนาให้คุ้มและสนุกยิ่งขึ้นกับ Mega Smile Rewards เพียงสมัครสมาชิกเมกา สไมล์ รีวอร์ด ทุกการใช้จ่ายครบ 500 บาท รับทันที 1 คะแนน สะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกรับสิทธิพิเศษ  หรือของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ง่าย ๆ ให้ทุกวันช้อปของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความคุ้มค่า

อย่าลืมติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นสุดคุ้ม และสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Megabangna Shopping Center เพื่อไม่พลาดดีลดี ๆ และสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ ก่อนใคร แล้วมาสนุกกับประสบการณ์การช้อปที่คุ้มกว่าทุกครั้งที่เมกาบางนากันนะ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด, โปรดตรวจสอบเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ เคาน์เตอร์แลกของสมนาคุณ ชั้น 1 โซนหน้าบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า หรือ โซนอิเกีย หรือโซน เมกา ฟู้ดวอล์ค เวลา 10.00 - 22.00 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สถานที่ที่จะทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษของทุกคน ในครอบครัว เติมเต็มการใช้ชีวิตให้ทุกๆวัน มีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE

Mega Smile Rewards ความคุ้มค่าของการช้อปปิ้งที่คุณห้ามพลาด

ติดตามข่าวสาร และโปรโมชั่นพิเศษศูนย์การค้าเมกาบางนา ได้ที่

โทร: 02-105-1000

เวลา: 10.00 น. - 22.00 น.

E-mail: contactus@mega-bangna.com